เศรษฐกิจหมุนเวียน
SCGP ผลักดันหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลก ทั้งปัญหาภาวะโลกร้อน การขาดแคลนทรัพยากร วิกฤตขยะ ความยากจนและคุณภาพชีวิต โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุน เวียนมาใช้บริหารจัดการให้เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรและพลังงานในระบบอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ การวางแผนและออกแบบการเลือกใช้วัสดุ การผลิต การบริโภค การจัดการของเสียและนำกลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่ในกระบวนการผลิต
อ้างอิงจาก CEO GUIDE TO THE CIRCULAR ECONOMY, WBCSD
SCGP มุ่งมั่นที่จะออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยร่วมสร้างสรรค์กับลูกค้า เพื่อมุ่งสู่บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด
100% ที่สามารถใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือสลายตัวได้ ภายในปี 2573



สัดส่วนปริมาณบรรจุุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ใช้ซ้ำได้ หรือสลายตัวได้
99.7% ของปริมาณบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด

ความต้องการกระดาษรีไซเคิลของ SCGP เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแผนการผลิตกระดาษ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณเป้าหมายการนำเศษกระดาษกลับมาใช้ในการผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากรายงานประจำปี อัตราส่วนวัตถุดิบในการผลิตต่อจำนวนการผลิตรวม อยู่ที่ประมาณ 0.81
วัตถุดิบที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษของ SCGP ทำมาจาก ชิ้นไม้สับ, เยื่อกระดาษ, กระดาษรีไซเคิล และเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ โดยวัตถุดิบเหล่านี้ได้ถูกแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์กระดาษประเภทต่างๆ เช่น กล่องกระดาษ, ถุงกระดาษ และ ผลิตภัณฑ์กระดาษต่างๆ โดยในปี 2567 SCGP ใช้วัตถุดิบทั้งหมด 5,091,508 ตันสำหรับการผลิต ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ

วัตถุดิบรวมของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงหมายถึง จำนวนวัสดุโดยรวมที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทต่างๆ เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบอ่อนตัว, บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบแข็งตัว และบรรจุภัณฑ์พลาสติกประสิทธิภาพสูง โดยในปี 2567 ปริมาณการใช้วัตถุดิบพลาสติกเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงทั้งหมด เพิ่มขึ้นเป็น 136,965 ตัน เนื่องมาจากข้อมูลของกลุ่มบริษัท Duy Tan Plastics ถูกนำมารวมด้วยในปีนี้

วัตถุดิบส่วนใหญ่ของ SCGP มาจากเยื่อและกระดาษซึ่งสามารถนำมารีไซเคิลและหมุนเวียนได้ โดยเยื่อกระดาษรีไซเคิล คือ กระดาษที่ผ่านการใช้งานแล้ว โดยผ่านกระบวนการทำความสะอาดด้วยกระบวนการทางกลและ/หรือทางเคมี ในส่วนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลนั้น มาได้จาก 2 แหล่ง ได้แก่ เม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่เหลือทิ้งหรือสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (PIR) และ เม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ผ่านการใช้งานโดยผู้บริโภคมาแล้ว (PCR)
แนวทางนี้ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่และวัสดุไม่หมุนเวียน โดยส่งเสริมความยั่งยืน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และลดของเสียและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก



ในปี 2567 สัดส่วนของวัสดุรีไซเคิลสูงถึง 77.5% เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนได้ รวมกันได้ 97.4% ในปี 2567 เนื่องมาจากวัสดุเยื่อและกระดาษเป็นสัดส่วนหลักของการผลิต



หมุนเวียนของเสียกลับมาเป็นวัตถุดิบ
หมุนเวียนของเสียกลับมาเป็นวัตถุดิบใช้ในการผลิตสินค้าใหม่ เช่น PCR นำเม็ดพลาสติกที่ผ่านการใช้งานจากผู้บริโภคมา ใช้เป็นวัตถุดิบเสริมในการผลิตบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ (virgin resin) เช่น ขวดแชมพู เป็นต้น

SCGP Recycle
โมเดลธุรกิจ SCGP Recycle เพื่อการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรทั้งองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ บุคคลากร และ Facility เพื่อให้การดำเนินโครงการเพื่อสังคม สามารถสร้างคุณค่ากลับมาให้ธุรกิจ โดยนำกระดาษเหลือใช้ที่จัดเก็บกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตใหม่ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เป็นหัวใจสำคัญของ SCGP พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรและสังคม
นอกจากการรับวัสดุเหลือใช้จากองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว SCGP Recycle ยังขยายพื้นที่ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตร โดยนำขยะรีไซเคิลที่แยกประเภทเอาไว้ เช่น กระดาษประเภทต่าง ๆ ขวดน้ำพลาสติก และฟิล์มพลาสติก ไปให้ที่ Drop Point ใกล้บ้าน ในโครงการที่ SCGP Recycle ร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ห้างสรรพสินค้า หมู่บ้านจัดสรร ปั๊มน้ำมัน และอาคารสำนักงาน เพื่อให้ทุกคนช่วยกันดูแลโลกได้อย่างไม่ลำบาก ด้วยระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ สะดวก และเชื่อถือได้ของ SCGP Recycle ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะรีไซเคิลถูกส่งกลับเข้าสู่วงจรไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะถูกคืนชีพขึ้นมาใหม่ หรือเพิ่มคุณค่าไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ช่วยลดปริมาณขยะและงบประมาณในการจัดเก็บ ไม่ต้องนำขยะไปกำจัดด้วยการเผาหรือฝังกลบ ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มมลพิษ และปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของปัญหาโลกร้อน
สรุปผลการดำเนินงาน ปี พ.ศ. 2563-2567
- จำนวนศูนย์รีไซเคิลกระดาษ 71 ศูนย์
- จำนวนพันธมิตรที่ร่วมโครงการ 120 ราย
- จำนวนจุดรับวัสดุเหลือใช้ 500 แห่ง
- จำนวนกระดาษรีไซเคิลทั้งหมดที่จัดเก็บได้เฉลี่ย 1,311 ตันต่อปี


Service Solutions
SCCP Recycle เป็นบริการ Solutions ที่ SCGP จัดเตรียมให้กับพันธมิตร เพื่อใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารการรับบริการและรับทราบ ข้อมูลการคัดแยกวัสดุเหลือใช้เพื่อนํากลับมารีไซเคิลอย่างถูกวิธี ครบวงจร ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น กระดาษเหลือใช้ พลาสติกเหลือใช้ และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เมื่อได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง รวมทั้งมีบริการให้ข้อแนะนําแนวทางการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเข้าใจถึงกระบวนการจัดการวัสดุเหลือใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และมีการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

โครงการรีไซเคิลกระดาษ ส่งเสริมการน้ำกระดาษใช้แล้ว มารีไซเคิลเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่ โดยการตั้งจุด Drop Point ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเชื่อมวงจรการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2567 สามารถรีไซเคิลกระดาษได้รวม 101 ตัน จากการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น
SCGP ร่วมโครงการ “WeCYCLE” จัดโดย บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย WHA ได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและองค์กรพันธมิตร ในการจัดการและสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้
CEO SCGP ร่วมงานโครงการ “WeCYCLE” จัดโดย WHA, ธันวาคม 2567
ร่วมมือกับพันธมิตรจัดตั้งตู้รับกระดาษรีไซเคิล (SCGP Recycling Drop Point) ในพื้นที่เช่น UNIQLO, BDMS, SINDHORN Village @Velaa, ท่ามหาราช, KRONOS, BITEC, The Mall Group, EM District, CHEWATHAI, LOXLEY เพื่อรับกระดาษ กล่อง และ ลังกระดาษที่ไม่ใ่ช้แล้วนำ ไปรีไซเคิลเป็นวัสดุใหม่เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม และตอกย้ำถึงประสิทธิภาพขององค์กรในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
Velaa Sindhorn Village Langsuan ร่วมกับ SCGP ตั้งจุดรับกระดาษรีไซเคิล ในวันสิ่งแวดล้อมโลก, มิถุนายน 2567
ร่วมกับ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง “การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ประเภทกระดาษหลังการใช้งานนำมารีไซเคิลอย่างเป็น ระบบเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย SCGP จะนำวัสดุบรรจุุภัณฑ์กระดาษหลังการบริโภคของ TBR กลับคืนสู่กระบวนการผลิตทั้งหมด
SCGP จับมือ ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล นํากระดาษกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล, มีนาคม 2567
SCGP ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
กิจกรรม
SCGP ดำเนินกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่า ดังนี้:
- ต้นน้ำ (Upstream): การจัดหาวัตถุดิบโดยคำนึงถึงการใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น วัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือวัสดุที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
- กระบวนการผลิต (Operation): ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผสานพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดของเสีย
- ปลายน้ำ (Downstream): การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการโดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ยาวนานขึ้น และเอื้อต่อการรีไซเคิล
- กิจกรรมอื่นๆ: SCGP ร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลายภาคส่วน
รูปที่ 1: ตัวอย่างกิจกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนในแต่ละช่วงของห่วงโซ่คุณค่า
ผลิตภัณฑ์
ในกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ของ SCGP ควรมีอย่างน้อยหนึ่งลักษณะดังต่อไปนี้:
ออกแบบให้ถอดประกอบได้ (Designed for Disassembly):
ออกแบบเพื่อให้สามารถถอดประกอบและซ่อมแซมได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน
ลดการใช้ทรัพยากร (Reduced Resource Use):
ลดการใช้วัสดุหรือทรัพยากรธรรมชาติ โดยครอบคลุม:
- การผลิต: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุและลดของเสีย
- การกระจายสินค้า: ลดวัสดุบรรจุภัณฑ์และผลกระทบจากการขนส่ง
- บรรจุภัณฑ์: ใช้วัสดุน้อยลง รีไซเคิลได้ หรือใช้วัสดุยั่งยืน
- บริการ: เปลี่ยนจากสินค้าจริงเป็นดิจิทัลหรือบริการเสมือนเพื่อลดการใช้วัสดุ
- พฤติกรรมผู้บริโภค: สร้างความรู้และส่งเสริมการรีไซเคิล การใช้ซ้ำ และการบริโภคอย่างยั่งยืน
ใช้วัสดุหมุนเวียน (Renewable Material Use):
ใช้วัสดุที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ เช่น วัสดุชีวภาพ
สามารถรีไซเคิล และมีวัสดุรีไซเคิล (Recyclable and Recycle Content)
- รีไซเคิลได้: ผลิตภัณฑ์สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและใช้เป็นวัตถุดิบใหม่ได้
- Recycle content หรือวัสดุไม่ใช่ Virgin: ใช้วัสดุที่เคยใช้มาแล้วหรือเศษวัสดุจากการผลิต
ใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy):
ใช้พลังงานจากแหล่งที่หมุนเวียนได้ เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ หรือชีวมวล
ใช้พลังงานที่ได้จากการนำกลับมาใช้ (Recovered Energy):
ใช้พลังงานที่ได้จากการจัดการพลังงานส่วนเกินหรือนำกลับมาใช้ใหม่
ลดการใช้พลังงาน (Reduced Energy Consumption):
ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตหรือขณะใช้งาน เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายกัน
ลดการใช้น้ำ (Reduced Water Consumption):
ลดการใช้น้ำประปา น้ำบาดาล และน้ำผิวดินในกระบวนการผลิต
ผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาว (Extended Life Product):
ออกแบบให้ทนทานและสามารถใช้งานได้นาน พร้อมปรับปรุงการออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมแซม โดยเฉพาะโดยบุคคลที่สาม
นำกลับมาใช้ใหม่หรือเติมซ้ำได้ (Reusable and Refillable):
ออกแบบให้สามารถใช้ซ้ำได้ หรือเติมผลิตภัณฑ์เดิมได้หลายครั้งโดยไม่ต้องทำความสะอาดพิเศษ
ลดของเสีย (Waste Reduction):
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยกระบวนการที่ลดของเสีย เช่น ปรับเปลี่ยนขั้นตอนผลิต บรรจุภัณฑ์ หรือการออกแบบเพื่อลดของเสียจากการใช้งาน
ย่อยสลายได้ (Compostable):
ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนที่สามารถย่อยสลายได้ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด ทั้งการย่อยสลายทางชีวภาพและแสงแดด
การรายงานข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
- รายการปริมาณผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้ SCG Green Choice และกิจกรรมภายใต้ Circular Economy (ข้อมูลสะสม)
รวบรวมข้อมูลจำนวนผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดอยู่ภายใต้การรับรอง SCG Green Choice - มูลค่าทางเศรษฐกิจจากกิจกรรม Circular Economy
เช่น รายได้จากการขาย การประหยัดต้นทุนการดำเนินงาน หรือรายได้จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยคำนวณจากช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคมของทุกปี (หากโครงการยังไม่แล้วเสร็จภายในปี ให้รายงานเฉพาะข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง) - การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Reduction)
ข้อกำหนดในการรายงาน: แสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้จากการดำเนินโครงการภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน ครอบคลุมตลอดช่วงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
แนวทางการคำนวณและตัวอย่าง: การลดการปล่อยคาร์บอนสามารถคำนวณจากความแตกต่างระหว่างปริมาณการปล่อยก่อนดำเนินโครงการ (Baseline) และหลังดำเนินโครงการ (Project Emission) โดยต้องใช้ชุดข้อมูลเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน
สูตรการลดคาร์บอน = การปล่อยเดิม (Baseline) – การปล่อยหลังโครงการ (Project Emission)หรือ = ความแตกต่างของข้อมูลกิจกรรม (ลดลง) × ค่าปัจจัยการปล่อย (Emission Factor)
รูปที่ 2: แนวคิดการคำนวณการลดการปล่อย GHG
- สัดส่วนการหมุนเวียนของทรัพยากรขาเข้า (% Circularity Inflow) และขาออก (% Circularity Outflow)
แนวทางการคำนวณและตัวอย่าง:
% Circular Inflow: คิดจากปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต (ไม่รวมบรรจุภัณฑ์ สารเคมีในระบบสนับสนุนการผลิต น้ำ และพลังงาน) ประกอบด้วย:
- % Renewable Inflow: สัดส่วนของทรัพยากรที่มาจากการจัดการอย่างยั่งยืน (ตามมาตรฐานสากล) และสามารถเติมเต็มได้เท่าทันหรือเร็วกว่าการใช้งาน เช่น วัตถุดิบชีวภาพ ไม้ปลูกอย่างยั่งยืน
- % Non-virgin or Recycled Inflow: สัดส่วนของวัสดุที่เคยถูกใช้งานแล้ว และนำกลับมาใช้แทนวัสดุดิบใหม่ เช่น พลาสติกรีไซเคิล (PCR, PIR), เศษกระดาษรีไซเคิล, ตะกอนที่ผ่านการล้างแล้ว หรือของเสียจากกระบวนการผลิตอื่น
% Circular Outflow: คิดจากปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต (ไม่รวมของเสียจากระบบสาธารณูปโภคหรือการบำรุงรักษา และไม่รวมบรรจุภัณฑ์) โดยประกอบด้วย:
- % Recovery Potential: ศักยภาพในการนำวัสดุกลับเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าใหม่อีกครั้งหลังหมดอายุการใช้งาน เช่น
- ศักยภาพเต็มที่ = 100%
- ไม่มีศักยภาพ = 0%
- ศักยภาพบางส่วน = X%
- % Actual Recovery: ปริมาณวัสดุที่สามารถนำกลับเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าจริง หลังออกจากขอบเขตขององค์กร หากไม่มีข้อมูล สามารถใช้ข้อมูลเฉลี่ยระดับประเทศหรือระดับโลกเป็นตัวแทนได้
รูปที่ 3: %Circularity (CTI 2.0)