การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
กลยุทธ์
การบริหารจัดการ
1. ประกาศและทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายด้านการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลว่าด้วยข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) ปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และข้อกำหนดสากลอื่นๆ และขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติผ่านคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน SCGP
2. กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงเป็นแนวทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร และดำเนินกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence Process) โดยเน้นการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
3. สิทธิมนุษยชน (Human Rights) หมายความว่า สิทธิที่มีโดยธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางกาย จิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ถิ่นกำเนิด เผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศ ภาษา อายุ สีผิว การศึกษา สถานะทางสังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม หรือเรื่องอื่นใดตามกฎหมายของแต่ละประเทศ และตามสนธิสัญญาที่แต่ละประเทศมีพันธกรณีจะต้องปฏิบัติ รวมถึงสิทธิในการดำรงชีวิตและเสรีภาพ การพ้นจากการเป็นทาสและการทรมาน การค้ามนุษย์ การล่วงละเมิด การใช้แรงงานบังคับและการใช้แรงงานเด็ก* การมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น อิสระในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง สิทธิในการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน การได้รับค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียม การศึกษา และสิทธิอื่น ๆ เช่น การคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล สุขภาพและความปลอดภัย ชนกลุ่มน้อยในชุมชนท้องถิ่น และสิทธิชุมชน โดยทุกคน**มีสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเท่าเทียม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ โดยการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล
*ตามนิยามของสิทธิมนุษยชน ข้อกำหนดการใช้แรงงานเด็กจะอ้างอิงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น มาตรา 44 ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
**ทุกคน หมายรวมถึง กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 9 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ถือหุ้น//นักลงทุน/ผู้ร่วมลงทุุน/เจ้าหนี้ 2. พนักงาน 3. ลูกค้า 4. คู่ธุรกิจ/ คู่ค้า 5. ชุุมชน 6. หน่วยงานราชการ 7. สื่่อมวลชน 8. ภาคประชาสังคม/นักวิชาการ/ผู้นำความคิด และ 9. ผู้ประกอบการในกลุ่มธุุรกิจเดียวกัน
4. นโยบายและข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนมีผลบังคับใช้กับการดำเนินงานทั้งหมดของ SCG Packaging ได้แก่ พนักงาน กิจกรรมทางธุรกิจโดยตรง ผลิตภัณฑ์ และบริการ ตลอดจนคู่ธุรกิจของ SCG Packaging เช่น บริษัทร่วมทุน (Joint Ventures) และบริษัทที่ SCG Packaging เข้าไปลงทุน รวมถึงคู่ธุรกิจ ตัวแทน หน่วยงานภาครัฐ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ ชุมชนท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยทุกฝ่ายได้รับการส่งเสริมให้สนับสนุนและปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว รวมถึงการเคารพสิทธิของชุมชน ผู้บริโภค ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
การบูรณาการหลักสิทธิมนุษยชนสู่การดำเนินธุรกิจ:SCGP สื่อสารความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนผ่านนโยบายที่ชัดเจนและโครงการสร้างความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องแก่พนักงาน ผู้ขาย คู่ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียภายนอก พนักงานทุกคนต้องเข้ารับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนและจริยธรรมผ่านระบบ e-learning พร้อมการประเมินผลความเข้าใจ โดยมีอัตราการผ่านการอบรมครบถ้วนร้อยละ 100 นอกจากนี้ SCGP ยังขยายความคาดหวังดังกล่าวไปยังคู่ธุรกิจผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจผ่านการประเมินด้านจริยธรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ดำเนินกระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง
ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่
กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน - กระบวนการมาตรฐานในการเยียวยา
หมายเหตุ:
- การลงโทษทางวินัย สามารถเป็นการกล่าวคำขอโทษ การชดเชยที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงินได้ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น หรืออื่นๆ แล้วแต่กรณี
- ในกรณีที่มีผลต่อสุขภาพจิต บริษัทจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบผ่าน iStrong (ตามขั้นตอนที่ 6-8) และมีมาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม แล้วแต่กรณี
SCGP ดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน ตามหลักการชี้แนะด้านสิทธิมนุษยชนกับธุรกิจ (United Nations Framework and Guiding Principles on Business and Human Rights) หรือ UNGP ได้แก่
- การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Protect): SCGP ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดของภาครัฐ หรือหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนและปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact: UNGC) หลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับธุรกิจแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (The International Labor Organization Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work: ILO) รวมถึงมุ่งมั่นในการดำเนินการตามจรรยาบรรณ และนโยบายว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่บริษัทประกาศใช้
- การเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect): SCGP ยึดหลักอุดมการณ์ 4 เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจและกำหนดเรื่องสิทธิมนุษยชนและแรงงานไว้ในจรรยาบรรณเอสซีจีตั้งแต่ปี 2530 และกำกับดูแลผ่านนโยบายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และสื่อสารไปยังบุคลากรทั่วทั้งองค์กร รวมถึงบริษัทคู่ธุรกิจ คู่ค้า และบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ดังนี้
- นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานให้ครอบคลุมความเสี่ยงในอุตสาหกรรมและประเทศที่เกี่ยวข้อง (Country/ Industry specific issues)
- นโยบายด้านการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล
- นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- Expectation letter ในการผลักดันและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนร่วมกับบริษัทร่วมทุน บริษัทคู่ธุรกิจ คู่ค้า
โดยนโยบายต่างๆ ดังกล่าวได้มีการขยายขอบเขตการดูแลไปถึงคู่ธุรกิจผ่านจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ SCGP (SCGP Supplier Code of Conduct) และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มผ่านนโยบายและแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement Policy) ในการผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน SCGP นอกจากนี้ SCGP เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน Human Rights and Stakeholder Engagement โดยเอสซีจี เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการดำเนินงานด้านสิทธิมนุุษยชนทั่วทั้งองค์กร และในปี 2564 คณะทำงาน Human Rights and Stakeholders Engagement ได้จัดทำกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมจัดทำแนวปฏิบัติการจัดการสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence Process Guideline) ตามกรอบการบริหารความเสี่ยงของเอสซีจี ที่มีการระบุและประเมินความเสี่ยงผลกระทบทางลบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริง (Actual) และที่น่าจะเกิดขึ้นได้ (Potential) ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ดังรูป


- 100% บริษัทย่อยของ SCGP ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
- 100% คู่ธุรกิจที่มีมูลค่าการจัดหามากกว่า 1 ล้านบาทผ่านการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Risk)
- 100% ผู้ร่วมธุรกิจที่ SCGP ถือหุ้น > 10% ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในปี 2568


| No | ประเด็นความเสี่ยง |
|---|---|
| 1 | การละเมิดสิทธิในการถือครองที่ดิน หรือการบังคับย้ายถิ่นที่อยู่ |
| 2 | การละเมิดสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง |
| 3 | การใช้วัตถุดิบ หรือทรัพยากรจากพื้นที่ความขัดแย้ง |
| 4 | ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ |
| 5 | สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ |
| 6 | สุขภาพและความปลอดภัย |
| 7 | ความปลอดภัยของผู้บริโภคและลูกค้า |
| 8 | การคุ้มครองสิทธิแรงงาน |
| 9 | สภาพการจ้างงาน |
| 10 | 1เสรีภาพในการรวมตัว และเจรจาต่อรอง |
| 11 | เสรีภาพในการแสดงออก |
| 12 | การคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ |
| No | ประเด็นความเสี่ยง |
|---|---|
| 13 | การค้ามนุษย์ |
| 14 | แรงงานขัดหนี้ |
| 15 | การใช้แรงงานบังคับ |
| 16 | การใช้แรงงานเด็ก |
| 17 | การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และรอบพื้นที่ดำเนินงาน |
| 18 | การทุจริต/ การคอร์รัปชัน |
| 19 | การละเมิดสิทธินักปกป้องสิทธิมนุษยชน |
| 20 | การละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว และสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล |
| 21 | การเข้าถึงการเยียวยา |
| 22 | การเลือกปฏิบัติ |
| 23 | การล่วงละเมิดที่ไม่ใช่ทางเพศ |
| 24 | การล่วงละเมิดทางเพศ |
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues)
จำนวน SCGP และบริษัทย่อย (บริษัท/สถานประกอบการ) ที่มีแผนลดผลกระทบ: 82 บริษัท
จำนวนบริษัทร่วมของ SCGP (บริษัท/สถานประกอบการ) ที่มีแผนลดผลกระทบ: 7 บริษัท
จำนวนคู่ธุรกิจที่มีแผนลดผลกระทบ: 4,115 บริษัท
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
| ขอบเขต | ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ | กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบ และจำนวนบริษัท | แนวทางการป้องกันและแก้ไข | การตรวจสอบติดตามผล |
|---|---|---|---|---|
| การดำเนินงานที่ SCGP มีสิทธิบริหารจัดการ | สุขภาพและความปลอดภัย | พนักงานของ SCGP และบริษัทย่อย และบริษัทร่วม (กิจการที่บริษัทถือหุ้นมากกว่า 10%) |
|
|
| การดำเนินงานของคู่ค้าและคู่ธุรกิจ | สุขภาพและความปลอดภัย | คู่ธุรกิจของ SCGP (2,491 บริษัท) |
|
|
หมายเหตุ :
- 100% ของการดำเนินงานของ SCGP ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว
- 100% ของ Critical Supplier Tier 1 ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว
- 100% ของบริษัทร่วม (ถือหุ้นมากกว่า 10%) ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว
- การเยียวยา (Remedy): มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถร้องเรียน และแจ้งเบาะแสการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล คู่มือจรรยาบรรณ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงการกระทำทุจริต โดยจัดการกับข้อร้องเรียนอย่างมีประสิทธิผล และการกำหนดมาตรการบรรเทาแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม ผ่านระบบรับข้อร้องเรียน โดยข้อร้องเรียนที่ได้รับจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงและสอบสวน เพื่อสรุปความผิด อนุมัติการลงโทษและกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบต่อไป

การกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน

- ตั้งมั่นในความเป็นธรรม
- มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ
- เชื่อมั่นในคุณค่าของคน
- ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม

- สิทธิมนุษยชนและแรงงาน
- สิ่งแวดล้อม
- สุขภาพและความปลอดภัย
- การต่อต้านคอร์รัปชัน

- จริยธรรมทางธุรกิจ
- แรงงานเละสิทธิมนุษยชน
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- สิ่งแวดล้อม
- หลีกเลี่ยงการกระทำที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
- สื่อสาร เผยแพร่ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
- ปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ
- หลีกเลี่ยงการกระทำที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- สนับสนุนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
- ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
คณะกรรมการ ESG กำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชนโดยการทำให้มั่นใจว่าบริษัทเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรม รวมถึงคู่ค้าทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) และการตรวจสอบสถานะ (due diligence) เพื่อระบุและจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ คณะกรรมการยังดูแลให้มีการรายงานที่โปร่งใส กลไกการร้องทุกข์ และการฝึกอบรมสำหรับพนักงานในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการ ESG สร้างความมั่นใจในพันธสัญญาของบริษัทต่อสิทธิมนุษยชนผ่านมาตรการสำคัญหลายประการ:
- การดำเนินนโยบาย: คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) และอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
- การตรวจสอบสถานะ (Due Diligence): มีการพัฒนาและดำเนินการกระบวนการตรวจสอบสถานะอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมถึงการลงทุนใหม่ การควบรวมกิจการ และการเป็นหุ้นส่วน เพื่อระบุความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิมนุษยชน กระบวนการนี้รวมถึงการวางแผนการแก้ไขและการป้องกันเพื่อจัดการและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- การติดตามและรายงาน: คณะกรรมการทำให้มั่นใจว่าการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน ความพยายามในการลดผลกระทบ และเหตุการณ์การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด จะถูกสื่อสาร รายงาน และเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างครบถ้วนและโปร่งใส
- กลไกการร้องทุกข์: มีการจัดหากลไกการร้องทุกข์และกระบวนการยกระดับที่มีประสิทธิภาพสำหรับการรายงานเหตุการณ์ ผู้แจ้งเบาะแสที่รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะได้รับการคุ้มครอง
- การฝึกอบรมและการสร้างความตระหนัก: คณะกรรมการสนับสนุนการสื่อสาร การเผยแพร่ และการให้ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและให้การสนับสนุนแก่พนักงาน ซัพพลายเออร์ และผู้รับเหมา เกี่ยวกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ รวมถึงการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด
- การไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด: SCG มุ่งมั่นที่จะไม่เลือกปฏิบัติ ต่อต้านการล่วงละเมิด และมีนโยบายไม่ยอมรับการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ ข้อกล่าวหาจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง จัดการอย่างเป็นความลับ และอาจส่งผลให้มีการดำเนินการแก้ไข ลงโทษทางวินัย หรือดำเนินการทางกฎหมาย
- การทบทวนเป็นประจำ: นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนได้รับการทบทวนเป็นประจำ เพื่อคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร

พนักงาน (Employees)
มีการสื่อสารความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน (Basic knowledge) ให้พนักงานทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจและเกิดความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น ผ่านหลายช่องทาง เช่น E-Mail, One page, Signage, VDO เป็นต้น

คู่ค้า / คู่ธุรกิจ (Suppliers / Contractors)
SCGP จัดซื้อจัดจ้างคู่ธุรกิจที่มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความเป็นมืออาชีพในการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ โดยวางแผนพัฒนาคู่ธุรกิจให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของคู่ธุรกิจ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
- มีการตรวจประเมินความเสี่ยงและให้การรับรองคู่ธุรกิจทุกรายเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรและดำเนินการตาม “กรอบการดำเนินงานด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน SCGP” ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG)
SCGP Sustainable Procurement Framework

- 100% คู่ธุรกิจที่มีมูลค่าการจัดหามากกว่า 1 ล้านบาทผ่านการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Risk)
- 90% คู่ธุรกิจตามมูลค่าการจัดหาแสดงความมุ่งมั่นปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ SCGP
- 100% คู่ธุรกิจขนส่งประจำได้รับการตรวจประเมินความปลอดภัย
- จัดทำแผนพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของคู่ธุรกิจด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เช่น Contractor Safety Management
ผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Ventures)
SCGP มุ่งหวังและส่งเสริมให้ผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Ventures) ที่เอสซีจีไม่มีอำนาจในการบริหาร เช่น บริษัทร่วมและบริษัทที่เอสซีจีร่วมลงทุน รวมถึงคู่ค้า (Suppliers) คู่ธุรกิจ (Contractors) และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ สนับสนุนและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความมุ่งมั่นต่อสิทธิมนุษยชน โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
- ทบทวน Expectation letter และสื่อสารไปยังบริษัทผู้ร่วมธุรกิจ (Joint Ventures) เพื่อส่งเสริมและทำความเข้าใจร่วมกันถึงการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เอสซีจีคาดหวัง
- จัดทำแบบสอบถามด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติตามนโยบาย การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและผลการดำเนินงานที่สำคัญเป็นประจำทุกปี เพื่อทราบถึงสถานะการดำเนินงานในปัจจุบันและวางแผนร่วมกันในการให้การสนับสนุนการดำเนินงานจากเอสซีจี
- 100% ผู้ร่วมธุรกิจที่ SCGP ถือหุ้น > 10% ประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ชุมชน (Communities)
SCGP ถือเป็นความรับผิดชอบขององค์กรในการสร้างธุรกิจให้เติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG โดยพัฒนาแนวทาง ESG 4 Plus “มุ่ง Net Zero-Go Green-Lean เหลื่อมล้ำ-ย้ำร่วมมือ” ภายใต้ความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยการมุ่งเน้นจัดการปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยการมีส่วนร่วมช่วยเหลือเสริมทักษะ สร้างอาชีพ อันจะนำมาสู่การสร้างรายได้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสำคัญในสังคมให้ได้อย่างยั่งยืน
ลดเหลื่อมล้ำด้วยพลังชุมชน
ความเหลื่อมล้ำและความยากจนเป็นปัญหาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในสังคมไทย ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
SCGP ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนด้วยโครงการ “พลังชุมชน” อบรมเสริมความรู้คู่คุณธรรม สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนลุกขึ้นมาพัฒนาตนเอง ต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นสินค้าประจำท้องถิ่น เรียนรู้หลักการตลาด การค้าขาย การสร้างแบรนด์สินค้า และขยายช่องทางการขายผ่านออนไลน์ รวมถึงการวางแผนชีวิตเพื่อความยั่งยืน โดย SCGP ยังคงดำเนินการขยายผลโครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะความเหลื่อมล้ำ ยากจน ยังคงมีอยู่ในอีกหลายพื้นที่
การดำเนินการเพื่อจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
การป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
SCGP ห้ามใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับอย่างเคร่งครัดในทุกกระบวนการดำเนินงานและตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายสิทธิมนุษยชนและจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles) เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว SCGP มีการดำเนินกระบวนการตรวจสอบอายุของพนักงาน กำหนดให้การจ้างงานเป็นไปโดยสมัครใจ และห้ามการบังคับหรือการปฏิบัติด้านแรงงานที่ไม่เป็นธรรม โดยข้อกำหนดเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบสถานะ (due diligence) การประเมินความเสี่ยง และการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามข้อกำหนด
กลไกที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนพนักงานมีส่วนร่วมกับฝ่ายบริหาร
SCGP ให้ความสำคัญทั้งด้านการเจรจาต่อรองร่วมและเสรีภาพในการรวมกลุ่ม เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ในการจ้างงานที่เป็นธรรมและสมดุล ผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ คณะกรรมการความปลอดภัย และสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นเวทีให้พนักงานสามารถเจรจาเพื่อปรับปรุงค่าจ้าง สภาพการทำงาน และสวัสดิการต่าง ๆ สิทธิเหล่านี้ช่วยสร้างสถานที่ทำงานที่เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ลิงก์ Collective Bargaining & Freedom of Association)
การลดชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป
SCGP บริหารจัดการและลดชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงาน และมีการติดตามชั่วโมงการทำงานเป็นรายเดือนผ่านระบบ HR Dashboard ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ เมื่อพบประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง บริษัทจะดำเนินมาตรการแก้ไข เช่น การวางแผนกำลังคน และการปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนให้มีชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
การสนับสนุนค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Living Wage)
SCGP มุ่งมั่นในการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและสามารถรองรับความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีพของพนักงาน โดยมีการทบทวนค่าตอบแทนเป็นประจำทุกปีเทียบกับข้อมูลตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าค่าจ้างมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับค่าครองชีพ (รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ลิงก์ Labor Practice – แนวปฏิบัติด้านแรงงาน)
การดำเนินการเพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และลดการเลือกปฏิบัติ
SCGP มุ่งมั่นส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียมทางโอกาส และการไม่เลือกปฏิบัติในองค์กร ผ่านนโยบายที่ชัดเจนและแนวปฏิบัติด้านทรัพยากรบุคคลที่ครอบคลุม โดยรวมถึงกระบวนการสรรหาและการเลื่อนตำแหน่งที่เป็นธรรม ตลอดจนโครงการและการฝึกอบรมด้านความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และป้องกันการเลือกปฏิบัติในทุกมิติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ รสนิยมทางเพศ ความพิการ และสัญชาติ หลักการเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจด้วย SCGP ยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศในทุกระดับขององค์กร และส่งเสริมโอกาสการจ้างงานที่ครอบคลุมสำหรับผู้พิการ ผ่านแนวทางการจ้างงานที่เหมาะสมและการสนับสนุนในสถานที่ทำงาน โดยความหลากหลายและการมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กรของ SCGP พร้อมทั้งมีการติดตามข้อมูลความหลากหลายของพนักงานและทบทวนแนวปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างและเคารพซึ่งกันและกัน
ค่าจ้างเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน (Equal Pay for Equal Work)
SCGP มุ่งมั่นในการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม รวมถึงการจ่ายค่าจ้างเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน โดยปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล หลักการนี้ถูกกำหนดไว้ในนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัท และนำไปใช้ในทุกการดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและปราศจากการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนผ่านแนวทางการกำหนดค่าตอบแทนที่อ้างอิงข้อมูลตลาดและค่าครองชีพเป็นสำคัญ
SCGP มุ่งมั่นในการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล โดยผนวกเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมทั่วทั้งองค์กร และบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม ในปี 2563 SCGP ได้ประกาศนโยบายด้านการบริหารความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล และมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
- บริหารความเท่าเทียมและความเป็นธรรมของพนักงานที่มีความหลากหลายในทุกที่ที่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงคู่ค้าและกิจการร่วมทุน โดยการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน
- ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ให้ความเคารพในความหลากหลายและยอมรับในความแตกต่างของบุคคลทั่วทั้งองค์กร ปฏิบัติต่อกันด้วยความไว้วางใจ บริหารงานด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นต่ออุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลายของพนักงานในทุกด้าน เช่น กำหนดแนวคิดในการเพิ่มสัดส่วนเพศหญิงในพนักงานระดับผู้บริหาร การดูแลพนักงานที่เป็น Mid-career การส่งเสริมให้ริเริ่มธุรกิจใหม่ (Start-up Model) สำหรับคนรุ่นใหม่ รวมถึงพัฒนานโยบายในการเปิดรับกลุ่ม LGBTQI+
- เคารพในความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล ไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อเพศ อายุ สภาพร่างกาย ความทุพพลภาพ สัญชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และความหลากหลายของพนักงานอื่นใดที่นอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามกฎหมาย
- การบริหารทรัพยากรบุคคลของ SCGP ในด้านการจ้างงาน ค่าตอบแทน การพัฒนาความรู้ ความสามารถ การเลื่อนตำแหน่ง การโอนย้ายและการว่าจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงาน การฝึกอบรมและการให้คำแนะนำ เป็นต้น ได้ยึดหลักความเป็นธรรมและความเสมอภาค เช่น การว่าจ้างคนพิการและสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้พนักงานหญิงมีความเท่าเทียมในการเติบโตของสายงาน ตลอดจนการได้รับสวัสดิการและค่าตอบแทนต่างๆ
- มีความคิดริเริ่มและดำเนินการเพื่อสนับสนุนความหลากหลายของพนักงาน เช่น ขยายโครงการพัฒนาความรู้ ความสามารถให้กับพนักงานในต่างประเทศ โดยให้โอกาสในการเรียนรู้และเข้าร่วมหลักสูตรสำคัญ (Flagship Programs) เช่น Business Concept Development (BCD), Management Development Program (MDP) นอกจากนี้ SCGP ยังมีการสนับสนุนและดูแลพนักงานหญิง โดยกำหนดเป้าหมายสัดส่วนพนักงานผู้หญิงในระดับจัดการเป็น 24% ในปี 2573
- จัดงาน Broadcast Live ใน Theme: Woman in leadership inspiration talk เพื่อให้เกิดความตระหนักในเรื่องของการไม่เลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด (ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศและการล่วงละเมิดในรูปแบบอื่นใด) และสร้างแรงจูงใจของพนักงานทั่วทั้งองค์กร ให้เห็นคุณค่าของความหลากหลายของพนักงาน
ตั้้งแต่ปี 2562 บริษัทย่อยใน SCGP ได้ดำเนินการตามมาตรฐานของ SEDEX ในการปฏิบัติต่อพนักงานและแรงงานอย่างมีจริยธรรมทั้งระบบ ไม่เพียงแค่เฉพาะภายในบริษัทฯ หากแต่มองรวมไปถึงตลอดห่วงโซ่คุุณค่า ในปี 2565 บริษัทได้ดำเนินการตามข้อกำหนด SEDEX และผ่านการตรวจประเมินจากผู้ตรวจประเมินภายนอกจนได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ SEDEX รวมทั้งหมด 13 บริษัท ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง ตามระบบการบริหารจัดการอย่างมีจริยธรรมต่อพนักงานและแรงงานตามข้อกำหนดของ SEDEX ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรฐานแรงงาน สุขภาพและความปลอดภัย จริยธรรมทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้้งภายในบริษัทของตนเองและคู่ธุรกิจ
ในปี 2568 มีบริษัทใน SCGP จำนวน 12 บริษัท ที่ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของ SEDEX ได้รับการประเมินโดยผู้ตรวจประเมินภายนอก และเข้าเป็นสมาชิกของ SEDEX แล้ว
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|
| การละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์ในทุกปี | 0 |
| พนักงานร้อยละ 100 เรียนรู้และผ่านการทดสอบด้านสิทธิมนุษยชน ผ่าน Ethics e-Testing ในทุกปี | ร้อยละ 100 |
| สัดส่วนพนักงานหญิงในระดับจัดการเป็นร้อยละ 24 ภายในปี 2573 | ร้อยละ 25.1 |

ผลดำเนินงานปี 2568
0
จำนวน 101 คน
