การบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารจัดการความเสี่ยง
ในปี 2567 สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายที่ขับซ้อนโดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลายประการ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนนับเป็นปัจจัยซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความต้องการสินค้าและบริการบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาค และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการขนส่ง และความผันผวนในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าวยังปรากฏโอกาสและทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจได้ การย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังภูมิภาคอาเซียนได้สร้างพลวัตการแข่งขันใหม่ เปิดโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจากนี้ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในยุโรปโดยเฉพาะการควบคุมการจัดการขยะ ยังกระตุ้นให้ธุรกิจเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม การเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญ โดยการพัฒนาสินค้าและบริการที่ยั่งยืน การออกแบบระบบห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และการลงทุนในนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำรงความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอน
กรอบการบริหารความเสี่ยง
SCGP มีการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise RiskManagement Framework) ตามแนวทาง COSO ERMFramework และ ISO 31000 เพื่อลดโอกาสและ/หรือผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรอบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกอบด้วย
1. การกำหนดกลยุทธ์
SCGP กำหนดวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กรโดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะสั้น (Immediate Risks) ระยะกลาง (Intermediate Risks) ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่อาจมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ (Strategic Risks) ความเสี่ยงของโครงการลงทุน รวมทั้งความเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risks)
2. โครงสร้าง บทบาท และหน้าที่ในการบริหารความเสี่ยง
SCGP กำหนดผังโครงสร้างการบริหารความเสี่ยง แสดงให้เห็นตามแผนภาพดังนี้
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่ม 1 คณะ คือ คณะกรรมการกำกับการบริหารความเสี่ยง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568เป็นต้นไป คณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวจึงยังไม่รวมในโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
2.1 โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Corporate Level)
บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีการรายงานการบริหารจัดการดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทตามลำดับอย่างสม่ำเสมอ
บทบาทและหน้าที่ของสำนักงานตรวจสอบ
ทำหน้าที่ตรวจสอบหน่วยระดับแรก (หน่วยงานปฏิบัติงาน) และหน่วยระดับสอง (ระดับหัวหน้างาน หน่วยงานบริหารความเสี่ยงและหน่วยงานกำกับและสนับสนุนอื่น ๆ) เพื่อให้ความเชื่อมั่นว่ามีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานผู้รับการตรวจและมีการสื่อสารความคิดเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบกลับมายังผู้ปฏิบัติงานเพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป
บทบาทและหน้าที่ของคณะจัดการบริหารความเสี่ยง
คณะจัดการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในแต่ละธุรกิจประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจต่างประเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประธานคณะจัดการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักดังนี้
- กำหนดโครงสร้างและผู้รับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง
- พิจารณาและอนุมัติกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง กรอบการบริหารความเสี่ยง และแผนการจัดการความเสี่ยง
- ทบทวนความเสี่ยงที่ยอมรับได้และความเสี่ยงของบริษัทและติดตามการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร
- รายงานความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
2.2 โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงระดับธุรกิจ(Business Level) และการบริหารความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ (Operational Level)
บทบาทและหน้าที่ของผู้บริหารความเสี่ยงในแต่ละธุรกิจและสายสนับสนุน (Risk Champion) และผู้บริหารความเสี่ยงในหน่วยปฏิบัติการ บริษัทในกลุ่มธุรกิจและหน่วยงาน(Risk Coordinator) มีหน้าที่ในการนำนโยบาย กระบวนการและกรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรไปปรับใช้ในระดับธุรกิจ (Business Level) และระดับปฏิบัติการ(Operational Level) รวมทั้งปฏิบัติตามขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบ Risk AssessmentSystem (RAS) ในการระบุ ประเมิน และติดตามรายการความเสี่ยง รวมถึงเครื่องมือ Enterprise Dashboard และPerformance Management System (PMS) ในการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถบรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของระดับกลุ่มธุรกิจ และยังได้มีการเสนอแผนงานการบริหารความเสี่ยงในวาระพิจารณาแผนงานระยะกลางของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี
3. กระบวนการบริหารความเสี่ยง
SCGP นำกรอบการบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินงานหลักด้านกลยุทธ์ ต้านการดำเนินงาน และด้านโครงการลงทุนโดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้ถูกรวบรวมไว้ใน"คู่มือการบริหารความเสี่ยง" โดยแบ่งตามกระบวนการหลักเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่
(1) การระบุความเสี่ยง/โอกาสในการดำเนินธุรกิจ โดยที่มาของรายการความเสี่ยงและโอกาสในการดำเนินธุรกิจมาจากรายการความเสี่ยงที่มีอยู่เติม และรายการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks)
(2) การประเมินความเสี่ยง โดยใช้เครื่องมือ Risk Mapประเมินความเป็นไปได้ (Likelihood) และผลกระทบ(Impact) เพื่อวัตระดับความรุนแรงและจัดลำดับความสำคัญของรายการความเสี่ยง
(3) การกำหนดมาตรการจัดการ กำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง(Key Risk Indicators) และกำหนดดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators) ซึ่งเป็นทั้งLeading Indicators และ Lagging Indicators เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์ความเสี่ยงและเพื่อควบคุมกิจกรรมลดความเสี่ยงให้เป็นไปตามเป้าหมาย
(4) การรายงานความเสี่ยงต่อคณะจัดการบริหารความเสี่ยงก่อนที่จะรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบไตรมาสละครั้ง โดยพิจารณาทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะสั้น (Immediate Risks) ระยะกลาง (IntermediateRisks) รวมทั้งความเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น ความเสี่ยงต้านเทคโนโลยีสารสนเทศ(IT Risks)
4. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการบริหารความเสี่ยง
SCGP ตระหนักดีว่าวัฒนธรรมองค์กรเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อความสำเร็จของการบริหารความเสี่ยง จึงได้ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรในการบริหารความเสี่ยงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
- ให้ผู้บริหารเป็นผู้สื่อสารถึงความสำคัญและเป็นต้นแบบในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงสร้างวิธีการนำการบริหารความเสี่ยงไปใช้ให้เห็นผลในทางปฏิบัติ กำหนดให้มีการใช้ภาษาความเสี่ยงที่ตรงกัน (Common Language) กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกำหนดให้มีการใช้ระบบการประเมินความเสี่ยงในรูปแบบเดียวกัน
- กำหนดบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับผิดชอบความเสี่ยงแต่ละเรื่อง
- สนับสนุนให้มีการกำหนดวาระเรื่องความเสี่ยงที่สำคัญในการประชุมระดับผู้บริหารในแต่ละบริษัทย่อย
- ส่งเสริมให้มีการแบ่งปันประสบการณ์การบริหารความเสี่ยงระหว่างหน่วยงานและบริษัท เพื่อสื่อสารประโยชน์การบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมให้มีการแบ่งปันประสบการณ์การบริหารความเสี่ยงระหว่างหน่วยงานและบริษัท เพื่อสื่อสารประโยชน์การบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานใหม่ โดยมีการจัดฝึกอบรมเป็นประจำทุกปี รวมทั้งจัดทำหลักสูตรe-Learning เพื่อให้พนักงานทั่วไปสามารถเข้าถึงและเรียนรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงได้
5. ปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท และการบริหารจัดการความเสี่ยง
SCGP ได้ระบุและประเมินความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับปี 2567โดยพิจารณาจากกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งต้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร ตลอดจนความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์ ทั้งนี้ SCGP ได้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้
| ความเสี่ยง | ความรุนแรง | ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง | |
|---|---|---|---|
| ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risks) | ความเสี่ยงด้านความต้องการสินค้าและบริการบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง | สูง | อัตราความเติบโตของความต้องการบรรจุุภัณฑ์ ปริมาณการขายและราคาขายบรรจุุภัณฑ์ |
| ความเสี่ยงจากการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ หรือธุรกิจที่บริษัทได้มาจากการเข้าควบรวมกิจการ | ปานกลาง | ระดับความสำเร็จในการบููรณาการธุุรกิจ ผลประกอบการ ของธุุรกิจจากการเข้าควบรวมกิจการ | |
| ความเสี่ยงจากมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมและการปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน |
ปานกลาง |
สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ จำนวนผลิตภัณฑ์์ที่ผ่านการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม | |
| ความเสี่ยงด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการเติบโตและเปลี่ยนแปลงธุรกิจ | ต่ำ | อัตราการรักษาพนักงานกลุ่มศักยภาพ ระดับความผููกพันของ พนักงานกับองค์กร | |
| ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risks) | ความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย | สูง | จำนวนอุบัติเหตุและอัตราการเสียชีวิตจากการทำงานสัดส่วนของพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติเหตุ จำนวนข้อร้องเรียนหรือการรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน |
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป | ปานกลาง | อัตราการตรวจพบภัยคุกคาม จำนวนเหตุการณ์การโจนตีทางไซเบอร์สัดส่วนของพนักงานที่ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ | |
| ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน | ปานกลาง | ดัชนีราคาพลังงานและวัตถุดิบหลัก ดัชนีคำระวางเรือต้นทุนแรงงาน สัดส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบภายในประเทศ | |
| ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน | ปานกลาง | จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน | |
| ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | ปานกลาง | ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือบกระจก สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับภาษีคาร์บอนและการซื้อคาร์บอนเครดิต สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟูตพริ้นท์ต่ำ สัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้ใหม่ได้ | |
| ความเสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง | ต่ำ | ระดับน้ำของแหล่งน้ำบริเวณโรงงาน | |
| ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risks) | ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย | ต่ำ | อัตราส่วนหนี้สินที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวและอัตราดอกเบี้ยคงที่ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด กระแสเงินสดที่ใช้ในการชำระหนี้ |
| ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน | ต่ำ | อัตราการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหลักอัตราส่วนหนี้สินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ กำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน | |
| ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ (Compliance Risks) | ความเสี่ยงด้านการหมดอายุของใบอนุญาตและทรัพย์สินทางปัญญา | ต่ำ | จำนวนใบอนุญาตและทรัพย์สินทางปัญญาที่หมดอายุ |
| ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) | ความเสี่ยงจากผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ | ปานกลาง | ดัชนีราคาพลังงานและวัตถุดิบหลัก ดัชนีคำาระวางเรืออัตราการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินหลัก |
| ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลกที่นำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค | ปานกลาง | จำนวนคู่แข่งในตลาดภูมิภาค ส่วนแบ่งตลาดมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ | |
| ความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์ | ความเสี่ยงจากบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 | ปานกลาง | สัดส่วนกรรมการและผู้บริหารที่มีความอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ |
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงด้านความต้องการสินค้าและบริการบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง |
|
|
ความเสี่ยงจากการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ หรือธุรกิจที่บริษัทได้มาจากการเข้าควบรวมกิจการ |
|
|
ความเสี่ยงจากมลภาวะทางสิ่ งแวดล้อมและการปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน |
|
|
ความเสี่ยงด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการเติบโตและเปลี่ยนแปลงธุรกิจ |
|
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย |
|
|
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป |
|
|
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน |
|
|
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน |
|
|
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก |
|
| ความเสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง |
|
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย |
|
|
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน |
|
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงด้านการหมดอายุของใบอนุญาตและทรัพย์สินทางปัญญา |
|
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงจากผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ |
|
|
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลกที่นำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค |
|
| รายละเอียดของความเสี่ยง |
การบริหารจัดการความเสี่ยง |
|---|---|
| ความเสี่ยงจากบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 |
|