การกำกับดูแลกิจการ
มุ่งมั่นกำกับดูแลอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส สร้างความตระหนักในพนักงานทุกระดับ

| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงานปี 2568 |
|---|---|
การกำกับดูแลกิจการ
หมายเหตุ: |
0 กรณี |
ความปลอดภัยสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์
|
ร้อยละ 99.99 ไม่พบข้อร้องเรียน |
การกำกับดูแลกิจการ
- สื่อสารและส่งเสริมให้พนักงานและคู่ธุรกิจมีความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญ และปฏิบัติตามนโยบายด้านบรรษัทภิบาล จรรยาบรรณของ SCGP และจรรยาบรรณคู่ธุรกิจอย่างเคร่งครัด
- ประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบประเด็นด้านการต่อต้านคอร์รัปชันผ่านระบบเชิงป้องกัน ซึ่งครอบคลุมแบบทดสอบจริยธรรม การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของหน่วยงาน รวมถึงระบบรับข้อร้องเรียนที่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงได้
- บูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ เข้ากับระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร พร้อมปรับปรุงกลยุทธ์เชิงรุกในระดับปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- กำหนดกระบวนการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กร
- เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักด้านความปลอดภัยไซเบอร์แก่พนักงานทุกระดับ ผ่านการฝึกอบรมที่ช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างเหมาะสม
- ตรวจประเมินความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ตรวจประเมินทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่ม 1 คณะ คือ คณะกรรมการกำกับการบริหารความเสี่ยง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

คณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการชุดย่อย
ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัท
กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท กำหนดให้กรรมการบริษัทดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นรวมไม่เกิน 4 บริษัท จำนวนบริษัทจดทะเบียนอื่นที่กรรมการบริษัทที่ไม่ใช่ผู้บริหารดำรงตำแหน่งกรรมการ / ผู้บริหาร ไม่เกิน 4 บริษัท ดังแสดงในตารางด้านล่าง.

นโยบายการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO), ผู้บริหารระดับสูง (Executives) และแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan)
การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารขององค์กร (Succession Plan) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารแต่ละรุ่นให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ แผนพัฒนาธุรกิจระยะปานกลาง และเป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- กำหนดทักษะที่จำเป็นของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Executives) พิจารณาจากคุณลักษณะ ความรู้ และความสามารถที่เหมาะสมต่อองค์กร (Organization Capability) ในอนาคต เช่น Customer & Consumer Centricity, Technology & Digital Adaptability, Global Mindset & Perspective เป็นต้น ซึ่งกลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพสูง จะได้รับการพัฒนาด้วยระบบการดูแลความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ผ่านกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งด้านการพัฒนาตามวิชาชีพ (Functional) และการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformative Leadership) เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการสนับสนุนการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ และการขึ้นสู่การเป็นผู้นำบริษัท (CEO) หรือผู้บริหารรุ่นใหม่ในอนาคต
โดยรวมคุณสมบัติประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) จะต้องเป็นผู้ที่มี ความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจหลัก และธุรกิจขยายขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของบริษัทตาม Pipeline ตั้งแต่ต้นน้ํายันปลายน้ํา กระบวนการผลิต เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย การนําเสนอ Solutions ถึง ลูกค้า การขาย รวมถึงต้องมีความรอบรู้ สามารถเชื่อมโยง ต่อยอดธุรกิจ ได้ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และข้ามภูมิภาค นอกจากนี้ ต้องเป็น ผู้ที่มีภาวะผู้นําสูง สามารถนําพาองค์กรและพนักงานให้สามารถ ก้าวไปข้างหน้าเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่บริษัทตั้งกลยุทธ์ไว้ - เกณฑ์การสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Executives) คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ เป็นธรรม และปราศจากอคติ เพื่อให้ได้กลุ่มพนักงาน (Successors Pool) ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีศักยภาพ (Potential) มีคุณสมบัติ (Qualification) และมีความรู้ความสามารถ (Competency) เหมาะสม โดยมีเกณฑ์คือ กำหนดผู้สืบทอดตำแหน่ง (Candidates) ที่มีทักษะที่จำเป็นของผู้บริหารระดับสูงตามข้อ 1 อย่างน้อย 3 คนต่อตำแหน่ง และ คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณา ติดตามเรื่องแผนสืบทอด และแผนพัฒนาผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยในปี 2567 ได้ดำเนินการ ในการประชุมเดือนสิงหาคม และพฤศจิกายน รวม 2 ครั้ง
- กระบวนการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Executives) คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่ในการพิจารณาแผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงของ SCGP และเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการปฏิบัติงาน สามารถทดแทนกันได้โดยไม่ขาดตอน ทั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีอำนาจและหน้าที่หลักเกี่ยวกับการบริหารจัดการต่าง ๆ ของ SCGP ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ดังได้ระบุไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี
นอกจากนี้ SCGP ยังมีการทำแผนพัฒนารายบุคคลประจำปี (Individual Development Plan) สำหรับพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูง โดยวางแผนในระยะ 1-3 ปี และ 4-5 ปี เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและเป็นการเสริมความรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ การคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ การสร้างเครือข่าย และการพัฒนาตามความรู้ความสามารถผู้นำ (Leadership Competency) ทั้งคุณสมบัติการเป็นผู้นำที่มีศักยภาพสูง (Talent Competency) และบทบาทความเป็นผู้นำตามระดับ (Leadership Pipeline) สำหรับผู้บริหาร/ผู้นำองค์กร (Enterprise Leader) รวมถึงแผนการโยกย้ายเพื่อการพัฒนาความรู้ ความสามารถในมุมกว้าง เตรียมตัวในการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง แผนพัฒนาผู้บริหารระดับสูงยังรวมไปถึงการสนับสนุนให้ผู้บริหารเข้าร่วมในหลักสูตรที่มีความโดดเด่นในการบริหารองค์กรที่มีความหลากหลาย เช่นหลักสูตร Advanced Management Program (AMP) กับสถาบันชั้นนำของโลก เช่น Harvard Business School, Stanford University, London Business School, IMD Business School, INSEAD ทั้งนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะนำเสนอแผนพัฒนารายบุคคลประจำปีต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนเพื่อพิจารณาอนุมัติ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท
การประเมินผลปฏิบัติงานและการบริหารค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Top Executives)
คณะกรรมการบริษัท ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Top Executives) เป็นประจำทุกปี โดยมีการพิจารณาอย่างเป็นธรรม รอบคอบ โดยผลจากการปฏิบัติงานจะนำไปพิจารณาค่าตอบแทนต่อไป ขั้นตอนการประเมินผล และให้ค่าตอบแทน จะผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนในเบื้องต้น ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้ความเห็นเพิ่มเติมและอนุมัติ
และเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติหลักการพิจาณาการประเมินผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้บริหารระดับสูง (Top Executives) จาก 2 ปัจจัย ดังต่อไปนี้
1. ผลประกอบการของบริษัท (Performance) :
พิจารณาการเติบโตของบริษัท จากมุมมอง Absolute Performance และ Relative Performance เปรียบเทียบผลประกอบการปีล่าสุดกับเป้าหมายที่ตั้ง และเทียบผลประกอบการของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเดียวกัน
2. Kดัชนีวัดความสำเร็จ (Key Performance Index: KPI) :
พิจารณาจาก 4 หัวข้อหลัก ตามหลัก Balanced Scorecard ครอบคลุมเรื่องสำคัญทั้งปัจจัยภายใน (Internal Factors) และปัจจัยภายนอก (External Factors) ประกอบด้วย
- Financial Performance : เช่น Revenue sales, Net profits, M&P incremental
- Customers & Centricity : เช่น Cross sells, Packaging solutions, customer satisfaction
- Cost Management : เช่น Factory overhead, Cost saving, Secured source
- ESG Sustainability & People : เช่น เป้าหมายด้านความยั่งยืน, การรับรู้จากภายนอก, ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม:
- ตัวชี้วัดการรับรู้จากภายนอก (เช่น ชื่อเสียงของ Brand, แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสีย)
- ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น การใช้พลังงาน, การปล่อยก๊าซเรือนกระจก,การฝังกลบขยะเป็นศูนย์, น้ำ, เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น)
- ตัวชี้วัดด้านสังคม (เช่น ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย, การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย, แบบสำรวจความพึงพอใจของชุมชน เป็นต้น)
ในส่วนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) จะมีมีเกณฑ์การพิจารณา และประเมินเพิ่มอีก 1 ปัจจัย ได้แก่ การสำรวจความคิดเห็นของพนักงานจัดการที่มีต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO Survey) พิจารณาจาก 3 หัวข้อหลักตาม Leadership Profile ประกอบด้วย Engagement, Innovation & Strategy และ Excellence สำหรับการบริหารค่าตอบแทน
SCGP กำหนดงบประมาณการบริหารค่าตอบแทน ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้น และระยะยาว ในการจ่ายค่าตอบแทนระยะสั้นนั้น พิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละปี เช่น การสร้างยอดขาย กำไรสุทธิ EBITDAส่วนในระยะยาว (Medium-Long Term Plan) ระยะเวลาประมาณ 5 ปี เช่น การขยายธุรกิจ อัตราการเติบโตของกำไร ส่วนแบ่งการตลาด ผลการดำเนินงานการพัฒนาที่ยั่งยืน และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
Compensation of CEO & Top Executives

Variable performance-based component to pay
ผลการดำเนินงานของบริษัท Investor Meeting (Month of March,2025)
หนึ่งหุ้น หนึ่งเสียง (One Share One Vote)
คณะกรรมการบริษัท SCGP ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อผู้ถือหุ้น จึงได้กำหนดนโยบาย “หนึ่งหุ้น หนึ่งเสียง” ซึ่งได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และได้บรรจุไว้ในข้อบังคับของบริษัทที่จดทะเบียนของ SCGP (ข้อ 26) โดยกำหนดให้หุ้นหนึ่งหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียง หุ้นที่ออกทั้งหมดของ SCGP เป็นหุ้นสามัญ ซึ่งหมายความว่า SCGP ไม่มีการออกหุ้นพิเศษ (Golden Share) หรือโครงสร้างหุ้นหลายประเภท (Dual Class Shares) ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายใด ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
บริษัทไม่มีหน่วยงานภาครัฐถือหุ้นเกินกว่า 5% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด โดยสามารถตรวจสอบได้จากรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่บนเว็บไซต์ของบริษัทในหัวข้อ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders)”
ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องได้จากการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท (Shareholders’ Meeting)
การรายงานภาษีและอัตราภาษีที่แท้จริง
SCGP ได้กำหนดนโยบายภาษี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว นโยบายภาษีแสดงให้เห็นถึงปรัชญาของ SCGP และบริษัทในเครือ คือ การดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณของบริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในทุกประเทศที่ SCGP ดำเนินการอย่างเต็มที่
การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามจรรยาบรรณสำหรับธุรกิจของเอสซีจี แพคเกจจิ้ง
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติและบังคับใช้คู่มือบรรษัทภิบาล เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP Corporate Governance Handbook) ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างและกลไกในการกำกับดูแลกิจการ นโยบายและแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมถึงจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Business Ethics) ซึ่งในที่นี้บริษัทเรียกว่า SCGP’s Code of Conduct เพื่อให้พนักงานทุกคน ครอบคลุมถึงพนักงานประจำ และพนักงานสัญญาจ้างพิเศษ (SCGP ไม่มีการจ้างพนักงาน part time) ปฏิบัติตาม โดยมีคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำกับดูแล ผ่านการปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีของคณะผู้บริหาร นอกจากนี้ยังมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาทำหน้าที่กำกับดูแล (Oversight) การปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแล (Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk) การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Control) อีกด้วย
Link โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
การสื่อสาร
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (บริษัท) มุ่งมั่นสื่อสาร ส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกิดการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ กำหนดแนวทางการกำกับดูแลและจริยธรรมธุรกิจให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ผ่านการเป็นแบบอย่างที่ดีตั้งแต่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง (Tone from the Top) ทั้งนี้ บริษัทกำหนดให้มีการเรียนรู้และทำแบบทดสอบผ่าน ethics e-testing โดยพนักงานทุกระดับเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบันกำหนดไว้ที่เดือนกรกฎาคมของทุกปี และทำการสอดแทรกเนื้อหาจรรยาบรรณเข้าในทุกหลักสูตรพื้นฐานของบริษัท
นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (Supplier Code of Conduct) ซึ่งระบุแนวปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยบรรณทางธุรกิจ (Business Ethics) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อสื่อสารให้คู่ธุรกิจของบริษัท มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินธุรกิจต่อไป
การตรวจสอบ
นอกเหนือจากการกำหนดนโยบายและสื่อสารจรรยาบรรณทางธุรกิจแล้ว สำนักงานตรวจสอบทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงการปฏิบัติงานตาม SCGP’s Code of Conduct ในแต่ละกระบวนการปฏิบัติงาน (Operation) ของบริษัทและบริษัทย่อย เพื่อจัดลำดับความเสี่ยง (Prioritization) และดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี
การขับเคลื่อนธุรกิจโปร่งใสของ SCGP ผ่านการเป็นสมาชิก CAC
SCGP เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต หรือ CAC (Collective Action Coalition Against Corruption) ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 5 โดยมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและไร้คอร์รัปชัน สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืนในระยะยาวขององค์กร SCGP ได้แสดงเจตจำนงเข้าร่วมแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันโดยความสมัครใจ และดำเนินการตามแนวทางที่ CAC กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบายภายใน การประเมินความเสี่ยง รวมถึงแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการคอร์รัปชัน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SCGP มุ่งพัฒนาให้เกิดระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม
การกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ SCGP
SCGP ดำเนินการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการบริหารจัดการใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับการกำกับดูแล (Governance level) ระดับการบริหารจัดการ (Management level) และระดับการปฏิบัติการ (Operational level)
ระดับการกำกับดูแล (Governance level)
- SCGP เข้าร่วมในคณะกรรมการกำกับดูแลของ SCG (บริษัทแม่) จำนวน 2 กลุ่ม ตามที่แสดงด้านล่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ภายใน SCGP
คณะกรรมการ SCG บทบาทและความรับผิดชอบ a) คณะกรรมการธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITG)
ผู้แทนจาก SCGP คือ Technology Digital and Productivity Director
ITG มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและระเบียบเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ SCG (SCG e-Policy) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 27001 b) คณะกรรมการธรรมาภิบาลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ SCG
ผู้แทนจาก SCGP คือ Enterprise Resource Planning (ERP) and Information Technology Director
SCG Cybersecurity Governance Committee ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อกำกับดูแลแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศของ SCG ให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ และสามารถป้องกันการดำเนินธุรกิจจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - SCGP ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 2 ชุด เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการกำกับดูแลข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลโดยเฉพาะในส่วนของ SCGP
คณะกรรมการ SCG บทบาทและความรับผิดชอบ a) คณะกรรมการจัดการ Information Security Management System (ISMS)
Technology Digital and Productivity Director เป็นผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ Information Technology Director (คุณธนชัย ผู้ธนดี) เป็นผู้แทนการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของคณะกรรมการนี้
คณะกรรมการ ISMS ได้รับการแต่งตั้งเพื่อกำหนดทิศทางและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินงานระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO 27001 โดยพิจารณานโยบาย เป้าหมาย และเกณฑ์ในการวัดผล สนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น สั่งการ และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง b) คณะกรรมการ Data Governance Steering
Technology Digital and Productivity Director เป็นประธานกรรมการ และ Enterprise Resource Planning (ERP) and Information Technology Director (คุณธนชัย ผู้ธนดี) เป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดนี้
คณะกรรมการ Data Governance Steering ได้รับการแต่งตั้งเพื่อควบคุม สนับสนุน และติดตามให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงส่งเสริม ผลักดัน และสร้างความตระหนักรู้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างของคณะกรรมการจัดการ Information Security Management System (ISMS) แสดงดังต่อไปนี้
ระดับการบริหารจัดการ (Management Level)
Technology Digital and Productivity Director รับผิดชอบด้านธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ SCGP โดยนำนโยบายและแนวทางปฏิบัติมาจาก SCG ผ่านการเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ITG และกำกับดูแลให้เหมาะสมกับบริบทของ SCGP เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) ของ SCGP รวมถึงควบคุมและตรวจสอบการจัดการข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามนโยบาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหารจะถูกรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นระยะ ๆ
ระดับปฏิบัติการ (Operational Level)
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศรับผิดชอบดูแลการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยเป็นกรรมการในคณะกรรมการธรรมาภิบาลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ SCG (SCG Cybersecurity Governance Committee) เป็นผู้แทนการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMR) ในคณะกรรมการ ISMS และเป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance Steering Committee)การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้ SCGP มีการกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นลำดับขั้นตอนและชัดเจน ดังแสดงในโครงสร้างองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้านล่างนี้
IT Organization Structure
ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS)
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำกรอบการดำเนินงานสำหรับการนำระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System: ISMS Framework) ไปใช้ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้:
- การวางแผน (Planning)
- การดำเนินการ (Doing)
- การตรวจสอบ (Checking)
- การปรับปรุงแก้ไข (Acting)
การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการบริหารความเสี่ยง
SCGP ได้จัดทำกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมสำหรับการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อให้สามารถตรวจพบได้อย่างทันเวลา ตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- การเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์และการบริหารจัดการเหตุการณ์ (Cybersecurity Monitoring and Incident Management) แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
Key practices include:
- การกำกับดูแลและการควบคุมดูแล ความเสี่ยงและเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศได้รับการเฝ้าระวังผ่านโครงสร้างการกำกับดูแลที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การบริหารความเสี่ยงขององค์กร
- การเฝ้าระวังภัยคุกคามและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ SCGP ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและมีขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ชัดเจน เพื่อตรวจจับ ตอบสนอง และบรรเทาภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันเวลา
- การทดสอบและความพร้อม มีการฝึกซ้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ ทั้งการซ้อมตอบสนองต่อเหตุการณ์และการจำลองการโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่นขององค์กร
- การสื่อสารและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น SCGP จะสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม และดำเนินการทบทวนภายหลังเหตุการณ์ (Post-incident Review) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของมาตรการควบคุมและป้องกันการเกิดซ้ำ
- ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการบริหารความเสี่ยงของบุคคลที่สาม (Third-Party Information Security and Risk Management)
SCGP ขยายขอบเขตข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศไปยังผู้ให้บริการและคู่ธุรกิจภายนอก เพื่อคุ้มครองข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า
แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
- การประเมินตามความเสี่ยง
คู่ธุรกิจภายนอกต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและประเมินตามความเสี่ยง (Risk-based Due Diligence) เทียบกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ SCGP - การควบคุมผ่านสัญญา
ข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลถูกกำหนดไว้ในสัญญา ครอบคลุมเรื่องการควบคุมการเข้าถึง การรักษาความลับ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ - การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
SCGP ตรวจสอบและทบทวนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของบุคคลที่สามเป็นระยะ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับภายนอก - ความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
SCGP สนับสนุนให้คู่ธุรกิจและผู้ให้บริการหลักปฏิบัติตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น ISO/IEC 27001
- การประเมินตามความเสี่ยง
การบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการตอบสนองต่อเหตุการณ์
SCGP ดำเนินการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านไซเบอร์อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงาน ISMS
แนวทางนี้ช่วยให้สามารถระบุ ประเมิน และบรรเทาช่องโหว่ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันเวลาและมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร
- การบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Vulnerability Management)
SCGP ดำเนินโครงการบริหารจัดการช่องโหว่อย่างเป็นระบบ เพื่อระบุและบรรเทาความเสี่ยงด้านไซเบอร์ในเชิงป้องกัน แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
- การระบุและประเมินช่องโหว่
มีการประเมินช่องโหว่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุ จัดประเภท และจัดลำดับความสำคัญของจุดอ่อนด้านความมั่นคงปลอดภัยในระบบ แอปพลิเคชัน และโครงสร้างพื้นฐาน - การบรรเทาความเสี่ยงตามลำดับความสำคัญ
ช่องโหว่ที่พบจะได้รับการแก้ไขตามแผนที่จัดลำดับความสำคัญ โดยพิจารณาจากผลกระทบและความรุนแรงของความเสี่ยง - การทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยและการสร้างความตระหนัก
มีการฝึกซ้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการจำลองการโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อประเมินความตระหนักของพนักงานและตรวจหาจุดอ่อนของระบบ
- การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมการบริหารจัดการช่องโหว่ถูกผนวกไว้ในวงจร Plan–Do–Check–Act (PDCA) ของ ISMS เพื่อให้เกิดการยกระดับมาตรการควบคุมและความยืดหยุ่นด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- การระบุและประเมินช่องโหว่
- กระบวนการรายงานและยกระดับเหตุการณ์ (Incident Reporting and Escalation Process)
SCGP ได้กำหนดกระบวนการรายงานและยกระดับเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถตรวจพบ สื่อสาร และตอบสนองต่อเหตุการณ์และช่องโหว่ด้านไซเบอร์ได้อย่างทันเวลา
แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
- ช่องทางการรายงาน
พนักงานต้องรายงานเหตุการณ์ ช่องโหว่ หรือกิจกรรมที่น่าสงสัยด้านไซเบอร์ผ่านช่องทางและขั้นตอนภายในที่กำหนดไว้ - กลไกการยกระดับเหตุการณ์
เหตุการณ์ที่ได้รับการรายงานจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทีมความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและทีมบริหารความเสี่ยง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตอบสนองอย่างรวดเร็ว - การกำกับดูแลและการควบคุมดูแล
กิจกรรมการตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รับการบริหารจัดการผ่านโครงสร้างการกำกับดูแลที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบและประสิทธิผล - การทบทวนภายหลังเหตุการณ์และการปรับปรุง
เหตุการณ์ต่าง ๆ จะได้รับการวิเคราะห์เพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง เสริมความแข็งแกร่งของมาตรการควบคุม และป้องกันการเกิดซ้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของ SCGP
- ช่องทางการรายงาน
แนวปฏิบัติเหล่านี้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึง ISO/IEC 27001 และมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิผลในการรับมือกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
การตรวจประเมินภายนอกด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT External Verification)
SCGP ได้รับการรับรองระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 จาก BSI สำหรับกิจกรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ได้แก่
- การให้บริการระบบ Cloud และ Data Center ของ SCGP รวมถึงฟังก์ชันสนับสนุน ระบบ และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
- ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่นำมาใช้กับระบบ SCGP Call Center รวมถึง Data Center ที่สนับสนุนระบบ SCGP Call Center ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
การดำเนินการปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Artificial Intelligence Program)
SCGP คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งาน AI
- ความยินยอมโดยละเอียด (Granular Consent) — ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ใช้งานก่อนดำเนินการประมวลผลข้อมูล และสามารถถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ
- ศูนย์การจัดการความยินยอมคุกกี้ (Cookie Preference Center) — ให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมประเภทของคุกกี้ได้อย่างละเอียด สะท้อนแนวคิด privacy-by-design
- ความโปร่งใสในการใช้ข้อมูล — เปิดเผยวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูล ผู้รับข้อมูล และช่องทางการสื่อสารอย่างชัดเจน
- การปฏิบัติตามกฎหมาย — ทุกแนวปฏิบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย (PDPA) และมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมถึงฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ด้วยเช่นกัน


ความโปร่งใสของ AI และการระบุประเภทเนื้อหาอย่างชัดเจน (AI Transparency and Distinct Content Labeling)
SCGP กำหนดให้ AI Chatbot ของบริษัทแจ้งผู้ใช้งานอย่างชัดเจนล่วงหน้าว่ากำลังโต้ตอบกับระบบ AI โดยทุกคำตอบจะมีข้อความการเตือนก่อนให้ข้อมูล (Disclaimer) มาตรฐาน และอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน เพื่อรักษาความโปร่งใสในระดับสูง ส่งเสริมความรับผิดชอบ และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะเนื้อหาที่สร้างโดย AI ออกจากการโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระบวนการโต้แย้งที่โปร่งใสและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน (Transparent Appeals and User Feedback Process)
SCGP ได้ติดตั้งช่องทางรับฟังความคิดเห็นที่ใช้งานได้จริงไว้ใน AI Chatbot เพื่อสร้างช่องทางที่เป็นธรรมสำหรับผู้ใช้งานในการโต้แย้งหรือขอคำชี้แจงเกี่ยวกับผลลัพธ์ของ AI กระบวนการนี้ทำหน้าที่เป็นช่องทางการโต้แย้งที่เข้าถึงได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถท้วงติงคำตอบที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งช่วยให้ SCGP สามารถปรับปรุงคุณภาพของ Chatbot ได้อย่างเป็นระบบ

การบริหารจัดการ Model Drift ผ่าน Demand Platform และ AutoML (Model Drift Management via Demand Platform & AutoML)
SCGP รับมือกับปัญหา Model Drift ผ่าน Demand Platform ของบริษัท โดยติดตามค่าความแม่นยำของการพยากรณ์ (Forecast Accuracy Metrics) เพื่อระบุความเสื่อมของประสิทธิภาพโมเดล ในการแก้ไข Model Drift บริษัทใช้กระบวนการ Automated Machine Learning (AutoML) ซึ่งประเมินโมเดลหลายแบบพร้อมกัน ทำให้สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนไปใช้โมเดลที่มีความแม่นยำสูงสุดได้อย่างราบรื่น เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบ
การหลีกเลี่ยงความลำเอียงและการรับรองความเป็นธรรม (Avoiding Bias and Ensuring Fairness)
SCGP มีนโยบายควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Personally Identifiable Information: PII) เช่น ชื่อพนักงานและหมายเลขบัตรประจำตัว โดย SCGP ใช้เทคนิคต่าง ๆ ดังนี้
- การลบการระบุตัวตนและการปกปิดตัวตน (De-identification & Anonymization) — การลบข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (PII) ทั้งหมด เช่น ชื่อและหมายเลขบัตรประจำตัว โดยเก็บไว้เพียงตัวระบุแบบนามแฝง (Pseudonymized Identifiers) และคุณลักษณะขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์เท่านั้น (เช่น อายุ เพศ) รวมถึงการลดปริมาณข้อมูล (Data Minimization) โดยเก็บรวบรวมและส่งต่อข้อมูลเฉพาะในปริมาณขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการติดตามและประเมินผล
- การควบคุมการเข้าถึงและการเข้ารหัสข้อมูล (Access Control & Encryption) — บังคับใช้หลักการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Principle of Least Privilege) เพื่อจำกัดการเข้าถึงให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตหรือระบบประเมินผลอัตโนมัติ พร้อมทั้งเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการส่งผ่านและขณะจัดเก็บ
- การรวมกลุ่มข้อมูล (Aggregation) — ในกรณีที่เหมาะสม ข้อมูลระดับบุคคลจะถูกแปลงเป็นชุดข้อมูลรวม (Aggregated Datasets) ก่อนนำไปวิเคราะห์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ขณะที่ยังสามารถคำนวณตัวชี้วัดด้านการติดตามและความเป็นธรรมได้
ด้วยมาตรการควบคุมดังกล่าว SCGP สามารถกำกับดูแลการใช้ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกลาง (Central Platform) ได้อย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกัน กระบวนการวิศวกรรมความต้องการ (Requirement Engineering) ยังช่วยให้ทั้งความต้องการและผู้มีส่วนได้เสียคำนึงถึงความลำเอียงและความเป็นธรรมของซอฟต์แวร์และระบบ AI ที่ให้บริการแก่องค์กรอย่างชัดเจน
ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม: การลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ (Environmental Sustainability: Low Ecological Footprint)
SCGP ลดการปล่อยคาร์บอนจากการใช้งาน AI และระบบ Cloud โดยการย้ายระบบไปยัง Microsoft Azure ซึ่งวัดผลผ่าน Microsoft Emissions Impact Dashboard
ผลกระทบตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ถึงเมษายน 2569 มีดังนี้
- การย้ายระบบสู่ Azure (Azure Migration): ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5.73 เทียบกับ 119.63 tCO₂e (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) จากการใช้งานระบบภายในองค์กร (On-premises) → ลดลงร้อยละ 95.21
- การประหยัดจากประสิทธิภาพ (Efficiency Savings): ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 84.72 tCO₂e (จากด้านฮาร์ดแวร์) และ 29.18 tCO₂e (จากพลังงานหมุนเวียน)
- กลยุทธ์: การใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับ Cloud · การติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่าน Emissions Impact Dashboard · สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero

โซลูชัน AI เพื่อสิ่งแวดล้อมของ SCGP และผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม (SCGP Eco-Friendly AI Solutions and Environmental Outcomes)
SCGP วัดผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนโดยติดตามตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ครอบคลุมโครงการ AI ด้านพลังงานหลายโครงการ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า (TG and soot blower frequency combustion) และโครงการลดการใช้ไอน้ำ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้ Energy Common Platform ของบริษัทยังช่วยให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ด้วยตนเอง (Self-service Anomaly Detection) ทำให้สามารถเตือนล่วงหน้า และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบในเชิงปริมาณ

การพัฒนาศักยภาพด้าน AI (AI Capability Building)
การออกแบบสมรรถนะ (Competency Design)
SCGP ได้พัฒนาโครงการ Data & AI Competency ในระดับองค์กร เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-driven Decision-making) และการนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบทั่วทั้งองค์กร

เป้าหมาย (Objective)
เพื่อเสริมสร้างความรู้พื้นฐานให้พนักงานเกี่ยวกับหลักการของ AI ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจ พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติในการเขียนพรอมต์ (Prompting) ขั้นพื้นฐาน และการใช้เครื่องมือ AI รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบและถูกต้องตามหลักจริยธรรม สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กร

เส้นทางการเรียนรู้ (Learning Journey)
SCGP จัดอบรมหลักสูตร Data & AI Fundamentals & Ethics ผ่านรูปแบบ e-Learning และการเรียนในห้องเรียนแบบผสมผสาน โดยกำหนดให้พนักงานทุกคนต้องเรียนจนสำเร็จหลักสูตรและผ่านการทดสอบหลังเรียน (Post-test Assessment)

ระดับความพร้อมด้านดิจิทัลของ SCGP (SCGP Digital Maturity)
การเปิดเผยข้อมูล SCGP Digital Maturity & Acceleration Index (DAI)
ภาพรวม
สำหรับบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ถือเป็นเสาหลักสำคัญที่ผลักดันความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน นวัตกรรมที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ในปี 2566 SCGP ได้เข้าร่วมการสำรวจ TMA BCG Digital Acceleration Index (DAI) ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG)
SCGP มีคะแนน DAI โดยรวมอยู่ที่ 67 จาก 100 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม "Digital Performer"
ที่มีผลการดำเนินงานสูง (อยู่ในระดับบนของช่วงคะแนน 50–74)
เป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า: เส้นทางสู่การเป็น "Digital Leader"
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวกระโดดครั้งสำคัญ SCGP ตั้งเป้าหมายคะแนน DAI โดยรวมที่ 98 คะแนน ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็น "Digital Leader" ที่เป็นผู้นำด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรม

การสนับสนุนหน่วยงานด้านความยั่งยืน
SCGP ส่งเสริมความร่วมมือกับเครือข่ายและพันธมิตรทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับสังคมโดยรวม และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจและตามระเบียบจรรยาบรรณของบริษัทอย่างเคร่งครัด จรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง SCGP Anti-Corruption policy
SCGP มิได้ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือการสนับสนุนใด ๆ แก่พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด แต่ได้มุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไรและสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ การสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน โดยในปี 2568 SCGP ได้ให้การสนับสนุนองค์กร 8 ลำดับแรก (ตามมูลค่าเงินสนับสนุน) รวมมูลค่า 1,664,918 บาท ดังนี้
| การสนับสนุน | ปริมาณเงินที่สนับสนุน (บาท) | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| การล็อบบี้ การเป็นตัวแทนผลประโยชน์ หรือกิจกรรมที่คล้ายคลึง | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| การรณรงค์ทางการเมือง/องค์กร/ผู้สมัครรับเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| สมาคมการค้า หรือกลุ่มที่ได้รับการยกว้นภาษี (เช่น สถาบันวิจัยนโยบาย) | 1,643,769 | 3,085,425 | 2,208,560 | 1,664,918 | |
| อื่น ๆ (เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงมติในบัตรเลือกตั้งหรือการทำประชามติ) | 0 | 0 | 0 | 0 | |
| ยอดเงินที่สนับสนุน และค่าใช้จ่ายอื่น | 1,643,769 | 3,085,425 | 2,208,560 | 1,664,918 | |
8 ลำดับแรกขององค์กรที่ SCGP ให้เงินสนับสนุน คือ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand), สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World Business Council for Sustainable Development - WBCSD), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, Carbon Disclosure Project Worldwide (CDP Worldwide), สมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย, สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE), Asian Corrugated Case Association (ACCA) และ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
8 ลำดับแรกขององค์กรที่ SCGP ให้เงินสนับสนุน
| องค์กร | รูปแบบองค์กร | บทบาทของ SCGP |
|---|---|---|
| 1. สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand) | องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (เครือข่ายท้องถิ่นของ UNGC ในประเทศไทย) | ร่วมมือในโครงการริเริ่มโดยสมัครใจเพื่อปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักการ 10 ประการของ UNGC ในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม รวมถึงความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความตกลงปารีส การต่อต้านการทุจริต และดำเนินการเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ |
| 2. สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The World Business Council for Sustainable Development - WBCSD) | องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร | เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Forest Solutions Group (FSG) ของ WBCSD และสนับสนุนข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อจัดทำแนวทางที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากป่าไม้และการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงเนื้อหาของแนวทาง TNFD สำหรับภาคป่าไม้ |
| 3. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (Federation of Thai Industries - FTI) | สมาคมการค้า | ร่วมมือและยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน |
| 4. Carbon Disclosure Project Worldwide (CDP Worldwide) | องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร | นำมาตรฐาน เครื่องมือ และองค์ความรู้ขององค์กรมาใช้ในการวัดผล บริหารจัดการ เปิดเผยข้อมูล และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในที่สุด |
| 5. สมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย | สมาคมการค้า | ร่วมมือและยกระดับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ นอกจากนี้ พนักงานของ SCGP ยังเป็นกรรมการบริหารของสมาคม |
| 6. สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) | องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (TIPMSE เป็นสถาบันภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) | ร่วมมือและยกระดับสังคมที่มุ่งเน้นการรีไซเคิล รวมถึงสนับสนุนโครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ พนักงานของ SCGP ยังเป็นกรรมการขององค์กร |
| 7. Asian Corrugated Case Association (ACCA) | สมาคมการค้า | ร่วมมือและยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตกระดาษลูกฟูก รวมถึงส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านกระดาษลูกฟูก |
| 8. หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย | สมาคมการค้า | ร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก |
การสนับสนุนหน่วยงาน ด้านความยั่งยืน
| ความร่วมมือ | การสนับสนุน ปี 2568 (บาท) |
|
|---|---|---|
| ความร่วมมือเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน | SCGP มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามกรอบ ESG การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจ และภาคประชาสังคม ถือเป็นปัจจัยสำคัญ SCGP ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรระดับโลก ได้แก่ สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (WBCSD), สมาคมเครือข่ายข้อตกลงโลกแห่งประเทศไทย (GCNT), หอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), CDP Worldwide, สมาคมกล่องลูกฟูกแห่งเอเชีย (ACCA) และสมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย วัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมความร่วมมือและยกระดับอุตสาหกรรมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และการแข่งขันในอุตสาหกรรม รวมถึงการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและการสอดคล้องกับข้อตกลงปารีส SCGP นำมาตรฐาน เครื่องมือ และองค์ความรู้ต่างๆ มาเป็นต้นแบบและแบ่งปันให้กับผู้มีส่วนได้เสีย . | 1,464,918 |
| ความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน | SCGP มุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ SCGP จึงแสวงหาและร่วมมือกับองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน SCGP ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสถาบันบรรจุภัณฑ์และการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย (TIPMSE) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการรีไซเคิล รวมถึงการสนับสนุนโครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ พนักงานของ SCGP ยังเป็นกรรมการขององค์กรดังกล่าวอีกด้วย | 200,000 |
ระบบการรับข้อร้องเรียน
บริษัทได้พัฒนาระบบการรับข้อร้องเรียน (Whistleblowing System) สำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่นเพื่อรับแจ้งเบาะแสการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล คู่มือจรรยาบรรณ นโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ระเบียบข้อบังคับ นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน และกฎหมาย รวมถึงการกระทำทุจริต อุดมการณ์ 4 จรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ นอกเหนือจากการร้องเรียนด้วยวาจา โทรศัพท์ หรือเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทาง e-mail จดหมาย โดยพนักงานสามารถแจ้งผ่าน Web Intranet ที่สามารถร้องเรียนได้ทั้งแบบเปิดเผยชื่อและไม่เปิดเผยชื่อ และผู้มีส่วนได้เสียอื่นแจ้งผ่าน เว็บไซต์ ระบบรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส SCG Packaging ซึ่งเป็นการร้องเรียนแบบเปิดเผยชื่อ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเวียดนาม และภาษาเขมรได้ตลอดเวลา โดยบริษัทกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานเมื่อได้รับข้อร้องเรียนไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การรวบรวมข้อเท็จจริงโดยทำเป็นความลับ การตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง การตั้งคณะกรรมการสอบสวน การพิจารณาอนุมัติการลงโทษ รวมไปถึงการรายงานผลข้อร้องเรียน ดังแสดงในผังกระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียนด้านล่าง

โดยผู้ร้องเรียนสามารถติดตามผลข้อร้องเรียนผ่านระบบได้ ทั้งนี้ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนได้ถูกนำมากำหนดวิธีปฏิบัติและแนวทางการป้องกันต่อไป ระบบดังกล่าวช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น สำหรับความปลอดภัยของระบบจะใช้ Password 2 ชั้นและใช้ Server แยกเป็นอิสระจากการใช้งานอื่น ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลไปสู่บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรักษาความลับและให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียนตามจรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง และนโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานผลสรุปการสอบสวน บทลงโทษ และการกำหนดแนวทางเชิงป้องกันที่อาจเกิดขึ้นในระบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจ
หมายเหตุ: ระบบนี้เป็นกลไกอย่างเป็นทางการที่ครอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะ พร้อมรับประกันการรักษาความลับและการไม่เปิดเผยตัวตน และเปิดให้ทั้งผู้มีส่วนได้เสียภายในและภายนอกเข้าถึงได้ บริษัทมุ่งมั่นในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในกรณีที่พบว่าบริษัทเป็นสาเหตุหรือมีส่วนก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
การให้ความคุ้มครองผู้ร้องเรียน
บริษัทได้กำหนดมาตรการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรม แก่ผู้ที่แจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท จรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง และนโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ผู้ร้องเรียนที่เป็นบุคลากรของบริษัทสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้หากเห็นว่าการเปิดเผย อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตนเอง อย่างไรก็ตามหากเลือกที่จะเปิดเผยตนเองก็จะทำให้ผู้รับข้อร้องเรียนสามารถรายงานความคืบหน้า ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบได้ หรือบรรเทาความเสียหายได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- บริษัทถือว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นความลับและจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้รายงาน แหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- กรณีที่ผู้ร้องเรียนเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย ผู้ร้องเรียนสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้ร้องเรียนไม่ต้องร้องขอก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
- บริษัทจะใช้วิธีการที่เหมาะสมและเป็นธรรมโดยไม่ตอบโต้ ไม่กลั่นแกล้ง และไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ร้องเรียน ผู้แจ้งข้อมูล หรือผู้ให้เบาะแสที่ได้ร้องเรียน แจ้งข้อมูล หรือให้เบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท หรือจรรยาบรรณเอสซีจีแพคเกจจิ้ง รวมไปถึงการที่บุคคลนั้นฟ้องร้องดำเนินคดี เป็นพยาน ให้ถ้อยคำ หรือให้ความร่วมมือต่อศาลหรือหน่วยงานของรัฐ โดยถือว่าการไม่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวถือเป็นการทำผิดวินัยที่ต้องได้รับโทษ รวมทั้งอาจได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาควมเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
การรายงานการละเมิด
มีระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เปิดโอกาสให้พนักงานและบุคคลภายนอกสามารถรายงานการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ในปี 2568 SCGP ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 12 เรื่อง ซึ่งพบว่าเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัท และมี 1 เรื่องเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พนักงานและบุคคลภายนอกสามารถแจ้งเบาะแสผู้กระทำความผิด โดยปี 2567 มีการรายงานการละเมิด ดังนี้

การติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงาน
ในปี 2568 มีข้อร้องเรียนผ่านระบบข้อร้องเรียนที่บุคคลภายนอกและพนักงานมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสของผู้กระทำความผิดอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบบริษัท นโยบายต่อต้านคอร์รัปขัน นโยบายบรรษัทภิบาลอุดมการณ์ 4 จรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ รวมทั้งสิ้น 14 เรื่อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จรวม 12 เรื่อง (รวมข้อร้องเรียนของปี 2566 จำนวน 4 เรื่อง)แบ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือหลักฐานไม่ชัดเจน 5 เรื่อง ผิดจรรยาบรรณ 1 เรื่อง การบริหารงานที่ไม่เหมาะสม 6 เรื่อง ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านคอร์รัปขัน นโยบายการแข่งขันทางการค้า ข้อพิพาทกับคู่แข่ง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลภายใน โดยมูลค่าความเสียหายไม่มีนัยสำคัญ ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนได้นำมากำหนดวิธีปฏิบัติและแนวทางการป้องกัน นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบได้กำกับดูแลให้มีการทบทวนนโยบายรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด รวมทั้งการตรวจสอบการทุจริต การประเมินความเสี่ยง สอบทานผลสรุปบทลงโทษ และการกำหนดแนวทางเชิงป้องกันการทุจริตที่จะเกิดขึ้นได้ในระบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างการดำเนินการแก้ไข รวมถึงมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ
กรณีผิดจรรยาบรรณ
- สื่อสารจรรยาบรรณ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง เพื่อเน้นย้ำการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมกับผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจของเอสซีจี แพคเกจจิ้งหรือ พนักงานของเอสซีจี แพคเกจจิ้งที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
กรณีการบริหารงานที่ไม่เหมาะสม
- จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานให้ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย/ขั้นตอนการทำงานให้แก้ไขคู่มือการปฏิบัติงานให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติงานทราบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- จัดสัมมนาเชิงป้องกันเรื่อง “กรณีศึกษา เรื่องการทุจริตการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ นโยบายบริษัท และจรรยาบรรณ และแนวป้องกัน 3 ด่าน (Three Lines Model)” ให้กับหน่วยงานที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงิน การติดต่อกับหน่วยงานภายนอก เป็นต้น
- ปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารคู่มือจรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 การปฏิบัติงานในช่วง Work from Home โดยผู้รับผิดชอบได้จัดทำ VDO Clip และแบบทดสอบความเข้าใจเบื้องต้นเรื่องจรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง เพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย
- ทดสอบความรู้ ความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณเอสซีจี แพคเกจจิ้ง และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านทาง“Ethics e-Testing” โดยพนักงานที่ทำแบบทดสอบทุกคนต้องผ่านการทดสอบด้วยคะแนนร้อยละ 100


