โครงสร้างบรรษัทภิบาล SCGP

SCGP ได้จัดทำ "โครงสร้างบรรษัทภิบาล" ขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเพิ่มปรับสิทธิภาพการบริหารจัดการและเพื่อตรวจสอบการดำเนินงานโดยมีการกำหนดนโยบายแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ กระบวนการตัดสินใจและระบบขั้นตอนที่ชัดเจน เพื่อควบคุมให้การดำเนินงานของบริษัทในทุกภาคส่วนอยู่ในกรอบบรรษัทภิบาล มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนด โดยมีคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในการกำกับดูแล

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่ม 1 คณะ คือ คณะกรรมการกำกับการบริหารความเสี่ยง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2658 เป็นต้นไป

คณะกรรมการบริษัท

SCGP มี คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตและนโยบายด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ติดตามดูแลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะจัดการให้เป็นไปตามนโยบายด้านบรรษัทภิบาลของบริษัท พิจารณาจัดทำแผนพัฒนากรรมการ เพื่อสร้างเสริมพัฒนาความรู้ทักษะแก่คณะกรรมการชุดย่อยชุดต่าง ๆ ของบริษัทเพื่อให้เกิดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของกรรมการ ธุรกิจสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยชุดต่างๆเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำอื่น ๆ ที่มีการประกอบธุรกิจอย่างเดียวกันเพื่อให้บริษัทรักษาความเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ และเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการบริหารงานให้เจริญก้าวหน้า โดยพิจารณาจากดัชนีชี้วัดผลงาน(Key Performance Indicator: KPI)

มี คณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีกระบวนการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการติดตามในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG)โดยทั้งสองคณะรายงานการดำเนินงานต่อ คณะกรรมการบริษัท ซึ่งร่วมทำหน้าที่ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญด้านกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน (Sustainability-related Risks and Opportunities)

คณะกรรมการบริษัทได้รับการทบทวน Board Skills Matrixให้ครอบคลุมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจตามแผนธุรกิจระยะปานกลาง (5 ปี) ซึ่งให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจให้เข้าถึงผู้บริโภคและเติบโตเป็นบริษัทในระดับสากล รวมถึงการเป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำในเรื่อง ESG (Environmental, Social and Governance) และนวัตกรรม โดยได้กำหนดความรู้ทักษะวิชาชีพและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตาม Board Skills Matrix

ขณะที่ คณะจัดการของบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่สำคัญ มี 2 คณะได้แก่ คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG Committee) ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้เกิดการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ UN Sustainable Development Goals (UN-SDGs) รวมทั้งมีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในภูมิภาคและระดับสากล ส่งเสริม สื่อสาร และสร้างจิตสำนึกให้พนักงานและคู่ธุรกิจ มีจิตสำนึกด้าน ESG ให้บรรลุตามเป้าหมายและผลักดันให้มีการเชื่อมโยงและนำประเด็นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สำคัญ (Materiality) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนแก่องค์กรและสังคมโดยรวม และคณะจัดการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ความรับผิดชอบหลักคือ รายงานความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

ทั้งสองคณะร่วมกันทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่สำคัญ เช่น

  1. การบริหารกลยุทธ์และความเสี่ยง
  2. การดำเนินการสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  3. การดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
  4. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

ในการทำงานของคณะจัดการได้รับการสนับสนุนจากคณะทำงานและกลุ่มงานด้านต่าง ๆ ประกอบด้วยคณะทำงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ คณะทำงานบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรมและวัสดุเหลือใช้ คณะทำงาน Nature Positive และคณะทำงานบริหารจัดการมลภาวะด้านกลิ่น เพื่อร่วมเสนอแนวทางแก้ไขสำหรับประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนให้ครอบคลุมประเด็น Net Zero Initiatives, Circular Economyและ Customer Centricity & Stakeholder Engagementโดยมีการประชุมและรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา และคณะกรรมการตรวจสอบ

โครงสร้างคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG Committee)

คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน มีความรับผิดชอบ ดังนี้

1
กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้เกิดการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของ UN Sustainable Development Goals (UNSDGs) รวมทั้งมีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในภูมิภาคและระดับสากล
2
ส่งเสริม สื่อสารและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานและคู่ธุรกิจ มีจิตสำนึกด้าน ESG ให้บรรลุตามเป้าหมาย
3
ผลักดันให้มีการเชื่อมโยงและนำประเด็นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สำคัญ (Materiality) เข้าไปเป็นส่วนหนึงของกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าและ ความยั่งยืนแก่องค์กรและสังคมโดยรวม
4
ติดตามการนำแผนงานไปปฏิบัติ รวมถึงติดตามแผนงานประจำปี (Annual Plan) และดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
5
ให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้
6
รายงานผลการดำเนินงานรวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงต่อคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืนเอสซีจีทุกไตรมาส